www.facebook.com/kuunepage

..... คูเน่ คู่ครัว คู่มื้อสุขภาพ คู่คุณ

คูเน่ นวัตกรรมเครื่องปรุงครบรส จากธรรมชาติเพื่อสุขภาพ

.

Search This Blog

Translate

คุ้มค่าด้วยคุณค่า เติมสุขเสริมสุขภาพ ใช้ปรุงอาหาร หรือชงดื่มเพื่อสุขภาพ หอมชงปานะ

นวัตกรรมเครื่องปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ ผลงานวิจัยดีเด่น ม.เกษตรฯ ผลิตจากหอมหัวใหญ่ เข้มข้น 3 เท่า ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดัน เบาหวาน หัวใจ สารก่อมะเร็ง ช่วยชะลอความชรา
อีกทั้งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ (อนุภาคหอมหัวใหญ่จะเกาะตัวกันตามธรรมชาติ โดยปราศจากสารเคมีป้องกันการเกาะตัว)

Saturday, November 28, 2015

งานวิจัยชี้คนมีห่วงยางรอบเอวอันตรายกว่าคนเป็นโรคอ้วน

งานวิจัยชี้คนมีห่วงยางรอบเอวอันตรายกว่าคนเป็นโรคอ้วน

เพราะว่าน้ำหนักตัวของคนประเภทนี้อาจอยู่ในเกณฑ์ปกติ เลยไม่ค่อยจะอยากออกกำลังกายหรือรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ


รายงานการศึกษาที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา กล่าวว่าคนที่มีน้ำหนักตัวปกติ หรืออาจจะผอม แต่ไขมันไปรวมตัวอยู่รอบๆ เอว ทำให้เอวใหญ่กว่าสะโพก หรือจะว่ามียางอะไหล่อยู่ที่เอวนั้น มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าคนอื่นๆ รวมทั้งคนที่ถือว่ามีน้ำหนักตัวมากเกินขนาด หรือเป็นโรคอ้วน
คุณผู้ชายพุงใหญ่มีโอกาสจะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจมากกว่าคนที่เป็นโรคอ้วนถึงสองเท่า ในขณะที่คุณผู้หญิงที่มียางอะไหล่รอบเอว มีโอกาสจะเสียชีวิตมากกว่าคุณผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วนหนึ่งเท่าครึ่ง 
รายงานการศึกษาฉบับนี้ ซึ่งมีให้อ่านได้ในวารสาร Annals of Internal Medicine วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของคนประมาณ 15,000 คน
คุณหมอ Francisco Lopez-Jimenez แพทย์โรคหัวใจที่ Mayo Clinic ในเมือง Rochester รัฐ Minnesota เป็นนักวิจัยอาวุโสของทีมงานชุดนี้ ให้ความเห็นว่าคนที่มีขนาดร่างกายปกติ ยกเว้นส่วนกลาง หรือที่เรียกว่า central obesity มักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉง
คุณหมออธิบายว่า เพราะว่าน้ำหนักตัวของคนประเภทนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เลยไม่ต้องทำอะไร ไม่ค่อยจะอยากออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจของ Mayo Clinic ผู้นี้กล่าวว่า ไขมันที่รวมตัวอยู่รอบเอวไปกดดันอวัยวะที่สำคัญๆ ทำให้อวัยวะเหล่านั้นต้องทำงานหนักมากขึ้น ในขณะที่ไขมันที่หน้าท้อง ทำให้การทำงานเผาผลาญอาหารไม่แข็งขันเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งหมายความว่าจะไม่แปรรูปน้ำตาล ทำให้อาจเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด
ทางแก้ก็คือคุมน้ำหนักเพื่อให้ไขมันกระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อขึ้นตามขาและแขน เพราะว่ากล้ามเนื้อใช้น้ำตาล เมื่อมีมวลกล้ามเพิ่มขึ้น หมายความว่าน้ำตาลถูกใช้ไปมากขึ้นด้วย
ข้อเสนอแนะมาตรฐานสำหรับการรักษาสุขภาพในเวลานี้สำหรับผู้คนทั่วไป ไม่ว่าจะมีน้ำหนักตัวมากน้อยแค่ไหน
คือการออกกำลังกายระดับปานกลางจนถึงระดับเข้มสัปดาห์สามครั้ง!!!
ที่มา : http://www.voathai.com/content/spare-tire-mortality-nm/3056103.html

Sunday, October 18, 2015

สุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

สุขภาพดีคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา 

สุขภาพดีเป็นสิ่งพรหมลิขิตให้แต่ไม่ทั้งหมด

 หลายคนไขว่ขว้าหาสุขภาพดี ใช้เงินใช้ทองซื้อทำสปา เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก ซื้ออาหารลดน้ำหนักมารับประทาน การมีสุขภาพที่ดีต้องอาศัยตัวเองดูแลสุขภาพ ให้เวลากับตัวเองเพียงวันละ 1 ชั่วโมงในการออกกำลังกาย อีก 7 ชั่วโมงในการนอนหลับ และรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ


ธรรมชาติคงไม่ให้สุขภาพที่ดีแด่คนที่ชอบทำร้ายตัวเองอยู่เรื่อย แม้ว่าจะทราบแล้วว่าสิ่งนั้นไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ สุขภาพไม่สามารถซื้อด้วยเงิน ถึงแม้คุณจะรวยเป็นมหาเศรษฐีหากคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดี เงินที่มีอยู่เพียงบรรเทาอาการเท่านั้น
หลายท่านคิดว่าการออกกำลังกายเสียเวลา ท่านลองจิตนาการ ถึงภาระงานที่ท่านรับผิดชอบ ในแต่ละวันว่ามีมากน้อยเพียงใด หากท่านไม่ดูแลตัวเองและเกิดโชคร้ายท่านเป็นโรคอัมพาตหรือโรคหัวใจ ภาระที่ท่านว่ามากมายจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ภาระเหล่านั้นใครจะเป็นคนดูแล และหากโชคร้ายถึงขั้นช่วยตัวเองไม่ได้ ใครจะมาเป็นคนดูแลท่าน ท่านเพียงเสียเวลาวันละประมาณ 1 ชั่วโมง หรือท่านอาจจะใช้เวลาในการดูทีว ีและออกกำลังกายไปด้วยกันซึ่งก็จะทำให้ท่านมีสุขภาพที่ดีขึ้น
หลายท่านเชื่อว่า คนผอมเท่านั้นที่มีสุขภาพดี จึงทำการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเป็นการใหญ่เพื่อให้น้ำหนักได้มาตรฐาน แต่การลดน้ำหนักอาจจะเป็นเรื่องลำบาก และการอดอาหารเป็นเวลานานๆอาจจะมีอันตรายต่อสุขภาพ จึงอยากให้ท่านผู้อ่านได้เปลี่ยนมุมมองใหม่
การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่หมายถึงการที่เราดูแลตัวเองอย่าถูกต้องตั้งแต่เรื่อง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การป้องกันโรค การลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ร่างกายเรากระปี้กระเปร่าพร้อมที่จะดำเนินชีวิตประจำวัน เนื้อหาที่จะกล่าวจะเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของท่าน
การปฏิบัติตามแนวทางไม่ได้ต้องการให้ท่านมีอายุยาวหมื่นๆปีแต่ต้องการให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย สามารถหลีกเลี่ยงโรคที่ป้องกันได้ อายุยืนยาวขึ้น  การที่จะมีสุขภาพที่ดีต้องประกอบไปด้วยการดูแลดังต่อไปนี้

ที่มา : http://www.siamhealth.net/public_html

ปี 2568 ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในปี 2568 สธ.เร่งพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสม

/data/content/23525/cms/cdjnqrsw2379.jpg
          วันที่  19 มีนาคม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค   นพ.ณรงค์   สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังเปิดประชุมเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลทั่วประเทศ  เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ จัดโดยสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ  โดยประเทศไทยมีประชากรทั้งหมด 64.5 ล้านคน เป็นผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้น  9.4 ล้านคน  คิดเป็นร้อยละ 14.5 ของประชากร  โดยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5 แสนคน   คาดว่าภายใน ในปี 2568  ไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)  จะมีประมาณ 14.4 ล้านคน  หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด กล่าวคือจะมีผู้สูงอายุ 1 คน ในประชากรทุกๆ 5 คน
         นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ผลการศึกษาปัญหาการเจ็บป่วยจากการตรวจร่างกายของผู้สูงอายุไทยในปี 2552 โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ปรากฎว่ามีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 85 หรือประมาณ 6 ล้านคน ที่สามารถดูแลตนเองได้  และมีผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง ติดบ้าน ต้องพึ่งพิงคนอื่นช่วยดูแลกว่า 1 ล้านคนคิดเป็นเกือบร้อยละ 15  
        โดยมีประมาณ 960,000 คน ที่ช่วยเหลือตนเองได้บางส่วน  อีกประมาณ 63,000 คน ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย โรคเรื้อรัง 5 อันดับที่พบมากในผู้สูงอายุคือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน  โรคอ้วนลงพุง และโรคข้อเสื่อม   นอกจากนี้พบว่า มีผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 70 ที่สายตาไม่ดี  มองเห็นไม่ชัดเจน และเกือบครึ่งหนึ่ง มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร  เนื่องจากเหลือฟันแท้ในปากไม่ถึง 20 ซี่ สร้าง ปลัด สธ. กล่าวอีกว่า   แนวโน้มผู้สูงอายุอยู่คนเดียวหรืออยู่ลำพังเพิ่มมากขึ้น 2 เท่าตัว จากร้อยละ 3.6 ในปี 2537 เป็นร้อยละ 7.6 ในปี 2550 จึงต้องเร่งพัฒนาระบบการดูแลที่เหมาะสม  โดยในปี 2557  สธ.ได้จัดสรรงบประมาณ 39 ล้านบาท พัฒนาระบบการดูแล 3  เรื่อง คือ
1.การตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่นโรคซึมเศร้า  โดยเน้นที่ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)กว่า 8,000 แห่งร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)   ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพผู้สูงอายุในหมู่บ้านชุมชน    สธ.ได้พัฒนาสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุคล้ายคู่มือการดูแลเด็กแรกเกิด  เพื่อดูแลอย่างต่อเนื่อง   อยู่ระหว่างการประเมินผล 
2.พัฒนาระบบบริการสุขภาพเชื่อมโยงจากสถานพยาบาลสู่ชุมชน  เช่นการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม การดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่บ้าน
3.ส่งเสริมให้ชุมชน ท้องถิ่นมีระบบการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ การสร้างตำบล/อำเภอสุขภาพดี 80 ปียังแจ๋ว   เป็นต้น 
         ที่มา : มติชนออนไลน์

ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นเมื่อย่างสู่วัยสูงอายุ

  ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นเมื่อย่างสู่วัยสูงอายุ

how to take care old people

วัยสูงอายุ

เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ สภาพร่างกายจะเห็นได้ว่าเสื่อมลงตามอายุขัย สภาพจิตใจมีการเปลี่ยนแปลงง่าย ขี้หงุดหงิด มีความวิตกกังวล เนื่องจากการเจ็บป่วย หรือจากการเสื่อมของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยปกติร่างกายคนเราจะเริ่มมีการเสื่อมของอวัยวะตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพที่ดี และถูกสุขลักษณะตั้งแต่ต้น จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหรือปัญหาทางสุขภาพต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุได้การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย
ในผู้สูงอายุมักจะพบว่ามีความเสื่อมทางด้านระบบทางเดินอาหาร เนื่องมาจากปริมาณฟันที่มีน้อยลง ทำให้เคี้ยวอาหารได้ไม่ละเอียด ต่อมน้ำลายขับน้ำลายออกมาน้อย ไม่พอเพียงที่จะช่วยคลุกเคล้าอาหาร ประสาทกล้ามเนื้อที่ควบคุมการกลืนก็จะทำงานน้อยลง ทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก นอกจากนี้ปริมาณน้ำย่อยต่าง ๆ ก็ลดลง ทำให้อาหารย่อยได้ไม่ดี มีอาการท้องอืด ตับและตับอ่อนเสื่อม นอกจานี้ระบบขับถ่ายอุจจาระในผู้สูงอายุมักจะเป็นไปตามปกติ เกิดท้องผูกได้ง่าย เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวน้อยลง และไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจอารมณ์และจิตใจที่มีการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุ อาจเกิดมาจากมีเวลาว่างมากเกินไป เพราะเกษียณอายุจากการทำงานแล้ว จึงรู้สึกว่าตัวเองถูกลดคุณค่าลง ความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวเริ่มมีน้อยลง ซึ่งอาจทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว และเศร้าซึม น อกจากนั้นยังอาจเป็นผลมาจากความเจ็บป่วย และการเสื่อมของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์ที่แปรปรวนง่าย ขี้หงุดหงิด ใจน้อย โกรธง่าย เป็นต้นปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุจากความเสื่อมทางด้านร่างกาย จิตใจ รวมถึงการดูแลสุขภาพที่อาจไม่เหมาะสม ทำให้ผู้สูงอายุมักเกิดปัญหาทางสุขภาพ หลาย ๆ โรคพร้อมกัน
โรคที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ มีทั้งโรคที่เกิดขึ้นทางร่างกาย และจากปัญหาทางจิตใจ ได้แก่
  1. โรคอ้วน
  2. โรคเบาหวาน
  3. โรคหัวใจขาดเลือด
  4. โรคความดันโลหิตสูง
  5. โรคไขมันในเลือดสูง
  6. โรคข้อเสื่อม
  7. โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องผูก
  8. โรคทางประสาทตา เช่น โรคต้อหิน ต้อกระจก
  9. โรคสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์
  10. อาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ โรคอ้วน เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โรคนี้มักนำมาซึ่งโรคอื่น ๆ หรืออาจเกิดขึ้นพร้อมกับโรคอื่น ๆ อีกหลายโรค
อย่างไรก็ตามปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ก็คือ ปัญหาทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) ในผู้สูงอายุ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีผลมาจากความเสื่อมทางด้านสรีระ โดยเฉพาะระบบการย่อย และดูดซึมอาหารของผู้สูงอายุเอง ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการดำรงชีวิต เช่น สภาพทางเศรษฐกิจด้วยลงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือการพบปะสังสรรค์ทางสังคมน้อยลงก็ทำให้ผู้สูงอายุเกิดอารมณ์เศร้าซึม หรือแม้กระทั่งปัญหาการเบื่ออาหาร เนื่องจากรับรู้รสอาหารด้อยลง การเลือกรับประทานอาหารโดยไม่คำนึงถึงประเภทที่หลากหลาย และความครบถ้วนของสารอาหารที่ควรได้รับ หรือไม่ควรได้รับมากน้อยเกินไป
ปัญหาทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) ในผู้สูงอายุ ลักษณะการขาดสารอาหารที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ คือ น้ำหนักตัวน้อยอันเนื่องมาจากการเสื่อมถอยของระบบทางเดินอาหาร และย่อยอาหาร และการขาดวิตามินแร่ธาตุ ผู้สูงอายุมีโอกาสขาดวิตามิน และแร่ธาตุสูง ถ้าการบริโภคอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ครบถ้วนตามที่ร่ายกายต้องการ การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดนั้นยังเกี่ยวพันกับการบริโภคโปรตีนไม่เพียงพอ หรือมีคุณภาพไม่ดีพออีกด้วย ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะขาดวิตามินแทบทุกชนิด ที่พบบ่อยคือการขาดวิตามินซี มักพบในรายที่รับประทานผักและผลไม้น้อย เป็นโรคโลหิตจางเนื่องมาจากการขาดธาตุเหล็ก และอีกโรคหนึ่งที่สำคัญที่มักพบโดยทั่วไปก็คือ โรคกระดูกพรุน อันเนื่องมาจากการขาดแคลเซียม และมีภาวะการขาดโปรตีน วิตามินดี และวิตามินซี ร่วมด้วย ดังนั้นการดูแลโภชนาการผู้สูงอายุที่ควรได้รับนั้นจึงมีความสำคัญ และต้องมีความครบถ้วนอย่างพอดีต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อป้องกันทั้งปัญหาโรคอ้วน และปัญหาทุพโภชนาการที่อาจเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ยังควรดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพใจของผู้สูงอายุให้แข็งแรงแจ่มใส ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพอเหมาะกับวัย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นดูแลรักษาร่างกายเป็นประจำ พบปะสังครรค์กับครอบครัว และผู้ใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอ หากิจกรรมยามว่างทำเพิ่มเติมและทำจิตใจให้เป็นสุข
อาหารการกินในวัยผู้สูงอายุผู้สูงอายุในที่นี้หมายถึงผู้ที่อยู่ในวัย 60 ปีขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบัน เป็นปีที่จะเกษียณอายุของทางราชการ แต่ในอนาคตจะมีคนอายุ 60 ปี แต่ยังแข็งแรงทั้งสุขภาพกายสุขภาพจิต ความคิดความอ่าน การตัดสินใจยังดีอยู่ จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้สูงอายุน่าที่จะขยับไปอยู่ที่วัย 65 ปีขึ้นไป สำหรับปัญหาเรื่องอาหารการกิน หรือโภชนาการในวัยนี้ มีข้อคิดอยู่ว่า ขอให้รับประทานอาหารให้ครบหมู่ และควบคุมปริมาณโดยดูจากการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากขึ้น และในกรณีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ควรจะลดน้ำหนักให้ลงมาตามที่ควรเป็นด้วย เพราะโครงสร้างของท่านเสื่อมตามวัย ถ้ายังต้องแบกน้ำหนักมากๆ จะเป็นปัญหาได้
เครดิต: http://www.108health.com/108health/topicdetail.php?mtopicid=302&subid=6&refmain_id=2#ixzz2FkwYNP7k

ไฮเทคสุดๆ น้องดินสอ เยี่ยมชม Kuu Ne คูเน่ ... นวัตกรรมคุณค่า เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

KuuNe ผงปรุงครบรสโซเดียมต่ำปลอดสารเคมี
KuuNe F&F ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก
เริ่มแล้วงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อ SMEs 
สนับสนุนโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สวทช. ตลาดนัดคลองผดุงกรุงเกษม 17-25/10/58



 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก ปลอดสารเคมี  KuuNe F&F ฟิตแอนด์เฟิร์ม
 ผลิตภัณฑ์ KuuNe คูเน่ ผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ โซเดียมต่ำปลอดสารเคมี


KuuNe คูเน่ นวัตกรรมคุณค่า เพื่อชีวิตที่ยืนยาว
บูธ B 16 โซนแอร์ 10.00 - 18.00น. วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ 10.00 - 20.00น.
www.ptpfoods.com
www.facebook.com/kuunepage
Line@wfk7799w
Lineid: OatEcho
คมชาญ 086-791 7007

Tuesday, September 29, 2015

Kuu Ne F&F FIT & FIRM คูเน่ เอฟแอนด์เอฟ ฟิตแอนด์เฟิร์ม

ในที่สุด งานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก ลดไขมัน ควบคุมระดับน้ำตาล เร่งการเผาผลาญ 

ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร. พิสิฐ ธรรมวิถี ก็เป็นผลสำเร็จใช้เวลาศึกษาค้นคว้าพัฒนาและทดสอบกว่า 2 ปี ผ่านการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์จาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันอาหาร ผลิตจากธรรมชาติ ปลอดสารเคมี แถมมีวิตามินและแร่ธาตุ 8 ชนิด ที่เหมาะสมกับสุขภาพร่างกาย อีกทั้งตารางผลตรวจเลือดในกลุ่มตัวอย่างสอบผ่าน อยู่ในเกณฑ์ปกติ ความดัน ไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ น้ำตาล รวมถึงการทำงานของตับเป็นปกติ และตรวจไม่พบสารตกค้างที่ไต และโลหะหนัก



ยื่นขึ้นทะเบียนอาหารเสริมในสารบบอาหาร อย. อีกกว่าปี ผลพิสูจน์แล้วเป็นที่ยอมรับ 
Kuu Ne F&F  FIT & FIRM เลขทะเบียน อย. 10-1-16253-1-0003
คูเน่ เอฟแอนด์เอฟ ฟิตแอนด์เฟิร์ม


ผลิตและจำหน่ายโดย บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด
Line id : OatEcho
Line @WFK7799W
คมชาญ 0867917007


คูเน่ เอฟแอนด์เอฟ ฟิตแอนด์เฟิร์ม 
ทางเลือกควบคุมน้ำหนักจากพืชธรรมชาติ ปลอดสารเคมี
อุดมด้วยแร่ธาตุและวิตามิต 8 ชนิด ผ่านการค้นคว้าและวิจัยร่วม ม.เกษตร
พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง


Kuu Ne ผลิตภัณฑ์ผงปรุงครบรสสุขภาพ และ Kuu Ne F&F ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมน้ำหนัก

KuuNe คูเน่ ... นวัตกรรมคุณค่า เพื่อชีวิตที่ยืนยาว

Komcharn Oat's photo.

KuuNe คูเน่ ... นวัตกรรมคุณค่า เพื่อชีวิตที่ยืนยาว
ทางเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพปลอดสารเคมี จากผลงานวิจัย ม.เกษตร ผ่านการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ จากสถาบันอาหาร ภายใต้มาตรฐานการผลิต GMP ได้รับเครื่องหมายรับรอง อย. และ ฮาลาล
1.ผลิตภัณฑ์ ซอสผงปรุงรสหอมหัวใหญ่ ซองแดง
2.ผลิตภัณฑ์ ผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ ซองขาว
3.ผลิตภัณฑ์ ผงปรุงครบรสเพื่อสุขภาพ Kg ซองฟอล์ย
4.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร F&F ควบคุมน้ำหนัก ลดไขมัน ควบคุมระดับน้ำตาล เร่งการเผาผลาญ
www.ptpfoods.com
www.facebook.com/kuunepage
Line@WFK7799W
Line id: OatEcho
คมชาญ 086-791 7007

  

บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด ได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP ให้ Show Case TIDE ผลิตภัณฑ์แบรนด์ KuuNe คูเน่ ... นวัตกรรมคุณค่า เพื่อชีวิตที่ยืนยาว...



ต่อเนื่องอีกงาน Thailand Industry Expo 2015 22-27/9/15 Challenger 1 - 3 อิมแพค บริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ KuuNe ได้รับเกียรติให้จัดแสดง Show Case ในกลุ่ม Food Innovation สุดยอดนวัตกรรมไทยด้านอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมกับออกบูธ RR35

ผลวิจัยชี้อายุขัยประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 6 ปีจากระดับเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

ผลวิจัยชี้อายุขัยประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 6 ปีจากระดับเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

แต่เมื่อคนเราอายุยืนขึ้นก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคที่ทำให้การทำงานของร่างกายด้อยประสิทธิภาพลง

A group of senior soccer players rest after a match in Miraflores, in Lima.

ผลการศึกษาชิ้นใหม่พบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชากรโลกมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้น มาจากการที่โลกมีความก้าวหน้าทางการแพทย์มากขึ้นในการรับมือกับโรคเอดส์ โรคมาลาเรีย  โรคติดต่อต่างๆ การเสียชีวิตของมารดาและลูกตลอดจนความบกพร่องที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการ
องค์การอนามัยโลกได้จัดอันดับประเทศที่มีอายุขัยสูงที่สุดในโลก โดยชี้ว่ามี 10 ประเทศทั่วโลกที่มีระดับอายุขัยของคนสูงที่สุดได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อันดอร์ร่า ไอซ์แลนด์และไซปรัส ตามด้วยอิสราเอล ฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลีใต้ และแคนาดา
ส่วนสหรัฐติดอันดับที่ 34 ของทั่วโลกเนื่องจากสหรัฐประสบกับปัญหาทางสุขภาพหลากหลายประเภทเพราะมีความหลากหลายทางประชากร

According to WHO, by the year 2050, an estimated two billion people will be aged 60 or older.
According to WHO, by the year 2050, an estimated two billion people will be aged 60 or older.

ศาสตราจารย์ Theo Vos ผู้เชี่ยวชาญด้าน Global Health แห่งสถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation ที่มหาวิทยาลัย University of Washington ผู้เป็นหัวหน้าทีมร่างผลการวิจัยเกี่ยวกับอายุขัยครั้งนี้ กล่าวว่าอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุได้ลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด
ศาสตราจารย์ Vos กล่าวว่าที่สำคัญที่สุดคือเด็กเล็กเสียชีวิตน้อยลงจากโรคติดต่อในเด็กเล็กทุกชนิด นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บต่างๆ ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง และลดลงอย่างช้าๆในกรณีของอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อโรคหลักๆ หลายโรค
สำหรับคนจำนวนมาก การมีอายุยืนมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีเสมอไป เพราะเมื่อคนเราแก่ตัวขึ้นก็มักประสบกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง
ศาสตราจารย์ Vos กล่าวว่าเมื่อคนเราอายุยืนขึ้น ยิ่งแก่ตัวลง ก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคที่ทำให้การทำงานของร่างกายด้อยประสิทธิภาพลง 

ที่มา : http://www.voathai.com/content/life-expectancy-health-tk/2965692.html

Monday, September 28, 2015

งานวิจัยชี้นั่งดูทีวีนานวันละหลายชั่วโมง นำไปสู่ปัญหาสุขภาพรุมเร้า

งานวิจัยชี้นั่งดูทีวีนานวันละหลายชั่วโมง นำไปสู่ปัญหาสุขภาพรุมเร้า

คนที่นั่งดูโทรทัศน์ติดต่อกันโดยเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมงหรือมากกว่า มีความเสี่ยงเป็นสองเท่าตัวที่จะเป็นโรคลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดปอด


นักวิจัยชาวญี่ปุ่นใช้เวลาศึกษาวิจัยเรื่องการนั่งดูโทรทัศน์ติดต่อกันวันละหลายชั่วโมง และผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่ทำเช่นนั้น
งานวิจัยซึ่งหัวหน้าทีมงาน Toru Shirakawa แห่งมหาวิทยาลัย Osaka ในประเทศญี่ปุ่น นำเสนอต่อที่ประชุมของ Congress of European Society of Cardiology เมื่อเร็วๆ นี้ ใช้เวลาศึกษานาน 18 ปี และมีอาสาสมัครร่วมโครงการมากกว่า 86,000 คน
ผลงานวิจัยระบุว่า การนั่งดูโทรทัศน์ติดต่อกันนานวันละหลายชั่วโมง ทำให้ผู้นั่งชมมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเป็นโรคPulmonary Embolism ย่อๆ ว่า PE หรือ ลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดปอด ซึ่งในบางกรณีทำให้เสียชีวิตได้ โดยอาจมีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่สะดวก เพราะลิ่มเลือดซึ่งโดยทั่วไปเริ่มจับตัวเป็นลิ่มที่ขา ไหลเลื่อนขึ้นไปอุดหลอดเลือดในปอด
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจทำให้เป็นโรคนี้ได้ คือโรคมะเร็ง การนั่งหรือนอนนานๆ และการรับประทานยาคุมกำเนิด
ผลสรุปของงานวิจัยบ่งชี้ไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่า คนที่นั่งดูโทรทัศน์ติดต่อกันโดยเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมงหรือมากกว่า มีความเสี่ยงเป็นสองเท่าตัวที่จะเป็น PE เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่นั่งดูไม่ถึงสองชั่วโมงครึ่งต่อวัน
ผลงานชิ้นนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างการนั่งนานๆ กับความเสี่ยงที่จะเป็น PE ก่อนหน้านี้ และนอกจาก PE แล้ว ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยทางด้านอื่น รวมถึงโรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิดด้วย
นักวิจัยยังมีคำเตือนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีไว้ด้วยว่า การนั่งดูโทรทัศน์ติดต่อนานกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงที่จะเป็น PE สูงเป็น 6 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่นั่งดูโทรทัศน์ไม่ถึงสองชั่วโมงครึ่งต่อวัน
นักวิจัยบอกว่า ผลที่ได้นี้ใช้กับการเล่นวิดีโอเกมได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิจัย Toru Shirakawa แนะนำวิธีแก้ไขป้องกันไว้ให้ด้วย คือให้พักเป็นระยะ ยืนขึ้น หรือเดินไปเดินมาในขณะดูโทรทัศน์ อย่านั่งอยู่เฉยๆ รวมทั้งให้ดื่มน้ำเพื่อมิให้เกิดอาการขาดน้ำด้วย

ที่มา : http://www.voathai.com/content/binge-watching-tv-could-kill-you-nm/2967294.html

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More